แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การตลาด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การตลาด แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การขาย กับ ปัญหา


การขาย, การตลาด, กระบวนการขาย



เป้าหมาย vs. ปัญหา ตอนที่ 2 


ป. ปัญหา ก็เป็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่อยากเจอ ไม่เว้นแม้กระทั่ง นักขาย 

คำถามคือ เราไม่เจอปัญหาเลยได้มั้ย??? คำตอบคือ ไม่มีทาง... 

ยังไงซะเราก็ต้องเจอไอ้เจ้าตัว "ปัญหา" อยู่ดี เคล็ดลับที่จะทำให้ ขายง่ายๆ สบายโคตรๆ ก็คือ 


มุมมอง ที่มีต่อ "ปัญหา"  ปัญหา กับนักขาย เป็นเสมือน "เพื่อน" ครับ จะสนิทกับมันมากน้อยขึ้นอยู่กับตัวของเราเองแล้วครับ 

มุมมองต่อปัญหาในการขายนั้น อยากให้มองด้วยทัศนคติเชิงบวก หรือที่คนทั่วไป มักพูดว่า มองวิกฤติ ในโอกาส 


เพียงแต่ว่า ปัญหาหลายอย่างคือไม่ถึงกับต้องเรียกว่า วิกฤติ เลย มันดูจะรุนแรงเกินไป... 


สำหรับผมแล้ว การที่ปัญหานั้น ดำรงอยู่มานาน และยังคงจะดำรงอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ผมจะไม่เรียกมันว่า ปัญหานะครับ แต่ผมจะเรียกมันว่า ธรรมชาติของธุรกิจ (Nature of Business) 


อย่างไรก็ตาม สำหรับการมองปัญหา เชิงบวก ยกตัวอย่างให้เห็นภาพดังนี้ครับ 

A: ปัญหา สินค้าใหม่ ยังไม่มีคนรู้จัก 

A: มุมมอง สินค้าตัวนี้ ยังไม่มีสต็อกในร้าน ไม่มีวางบนชั้นวาง สามารถนำเสนอ และขายได้ ง่ายกว่า สินค้าเก่า ที่สต็อกมีมากอยู่แล้วในร้านนั้นๆ นอกจากนั้น สินค้าตัวนี้ ลูกค้าใกล้เคียง ก็อาจยังไม่มีวางขาย ซึ่งถือเป็นโอกาสในการสร้างความแตกต่างให้กับลูกค้าที่เราเสนอขาย 



B: ปัญหา ราคาสินค้าในตลาด ค่อนข้างราคาต่ำ ทำให้เกิดปัญหาการแข่งกันขายให้กับผู้บริโภค 

B: มุมมอง แสดงว่าสินค้า ตัวนี้ ตลาดต้องการมาก มีคุณภาพดี คนนิยม ไม่ต้องไปเสียเวลาขายให้เปลืองน้ำลาย โจทย์ที่สำคัญคือ จะทำอย่างไรให้กลไกราคาในตลาด เกิดสมดุลที่ดีขึ้นได้ และปัญหาอื่น ก็สามารถมองในมุมบวก ได้ทุกเรื่องครับ



ผมรับรอง สุดท้ายในภาพรวมของปัญหา คือโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับการบริการของเราที่มีต่อลูกค้า ได้เป็นอย่างดี สำคัญแค่ว่า คุณจะแก้ปัญหา ด้วยความจริงใจ หรือแก้ตัวกับลูกค้า ไปวันวัน คุณเท่านั้น ที่เลือกได้...



การขาย กับ เป้าหมาย


การขาย, การตลาด, กระบวนกรขาย






เป้าหมาย vs. ปัญหา ตอนที่ 1



เจ้า 2 ป. นี้ คือสิ่งที่อยู่คู่กันตลอดเวลา พูดได้เลยว่า 

การจะไปสู่เป้าหมายได้ ล้วนแล้วแต่ต้องเจอ ปัญหา ด้วยกันทั้งสิ้น


การขายก็เช่นกัน หนีไม่พ้นกับวัฏจักรนี้ ดังนั้น การที่จะบรรลุเป้า

หมายการขาย ก็ต้องยอมเผชิญกับ ปัญหา

ตรงนี้แหละครับ ที่คนจำนวนมาก ไม่ชอบหรืออยากทำงาน การขาย

เคล็ดลับข้อแรก ที่จะทำให้ ขายง่ายๆ สบายโคตรๆ ก็คือ...





ป. เป้าหมาย ... 




ให้ โฟกัส ที่เป้าหมาย ... อย่ามัวแต่ไปเสียเวลากับ อุปสรรค หรือ สิ่งกีดขวาง ที่อยู่ตรงหน้า 

การกำหนดเป้าหมาย ต้องชัดเจน และยึดมันไว้ให้มั่น 

เป้าหมาย ไม่จำเป็นต้องเป็น ยอดขาย 100% หรือ ออเดอร์ที่ต้องการเสมอไป...

เป้าหมาย อาจเป็น เรื่องการสร้าางความรู้สึกเชื่อมั่น ในตัวเรา เพื่อให้เราสามารถเข้าไปนั่งในใจ ลูกค้าได้ ซึ่งจะทำให้เราสามารถขายได้ง่ายขึ้น กว่าการมัวแต่ เสนอ "โปรโมชั่น" เพิ่มเติมให้กับลูกค้า เพราะนั่นหมายถึง เรากำลัง ขาย "โปรโมชั่น" ไม่ใช่สินค้า แล้วนั่นเอง

ทำไม ช้านนนน ต้องขาย???





ทำไม ช้านนนน ต้องขาย???




หลายคนคงบอกกับตัวเอง เช่นนี้ และก็ไม่คิดด้วยซ้ำว่า ต้องขายอะไร เพราะหน้าที่ ที่รับผิดชอบ ก็ไม่ใช่ แผนกขาย ซะด้วยสิ

ผมตอบได้เลยว่า แค่คุณอยากเข้าไปทำงาน อะไรก็ตาม คุณก็ต้องขาย แล้ว

หนึ่ง คือ ขาย Resume คุณเอง เพื่อส่งไปให้ บริษัท ที่หมายตาไว้ สนใจ และพิจารณาเรียกคุณไปสัมภาษณ์

สอง คือ ขาย Presentation ตัวคุณเองว่ามีความน่าสนใจ ตรงไหน อย่างไร ในวันที่ไปรับการสัมภาษณ์ ไงละครับ

สาม คือ ขาย Outcome ที่ตัวคุณเองจะไปสร้าง ให้เกิดกับ บริษัท ในตำแหน่งงานที่สัมภาษณ์อยู่


เห็นมั้ยครับ แค่ยังไม่เริ่มทำงาน คุณก็ต้อง ขาย สินค้า แล้วอย่างน้อย 3 อย่าง


แถมคุณยังไม่สามารถ ทำ Promotion ให้สินค้า เหล่านี้ได้เลยนะครับ เพราะคงไม่มีใคร ไปสาธยาย ซะสวยหรู พรั่งพรูซะเลอเลิศ แล้วลงท้ายว่า...


ถ้าพี่รับหนูเข้าทำงานวันนี้เลย หนูลดเงินเดือน ให้เลย 10% 

ตรงกันข้าม คุณยังอยากเรียกราคา ค่าสินค้า ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ... หรือคุณจะเถียงว่า ไม่จริง...

คราวนี้ ยังจะถามและบอกกับตัวเองอีกมั้ยครับว่า 
"ทำไม ช้านนนน ต้องขาย"

หลักการขาย สามก๊ก


การขาย, การตลาด, กระบวนการขาย, ขั้นตอนการขาย




หลักการขาย สาม ก๊ก ...


พื้นฐานของการขาย ง่ายๆ สบายโคตรๆ ก็ไม่มีอะไรมาก

ผมขอใช้คำว่า "ก๊ก" แทนคำถามที่คุณต้องรับมือและเอาชนะมันให้ได้นะครับ

เพียงตอบคำถาม 3 ก๊กนี้ได้ ทุกอย่างก็เคลียร์




1) ทำไม ลูกค้า ต้องซื้อสินค้า จากคุณ

2) ทำไม ลูกค้า ต้องซื้อสินค้า ตัวนี้

3) แล้ว ลูกค้า จะได้ประโยชน์อะไรจากการใช้สินค้า ตัวนั้น นอกจาก ประโยชน์จากสินค้าที่เป็น functional benefits โดยตรงของมัน



ตั้งใจฟัง ลูกค้าครับ ไม่ใช่ มโน แล้วโชว์ออฟ